ซองรีโมทรถ หนังแท้

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Jiosdea

หน้า: [1]
1
จะมองหารองเท้าสำหรับวิ่งมาราธอนสักคู่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย โดยส่วนใหญ่นักวิ่งมักจะมองหารองเท้าที่มีน้ำหนักเบา (Lightweight) แต่ก็มีสามารถซัฟฟอร์ท (Support) ฝ่ายเท้านักวิ่งได้ดี แน่นอนว่ารองเท้าตระกูล Racing shoes จะเป็นตัวเลือกแรกๆ ของนักวิ่ง อย่างเช่น Asics Tartherzeal, sky sensor ตระกูล Mizuno ก็เช่น Hitogami, ekiden Wave Cruise และ wave emperor สำหรับ Adidas ก็จะเป็นรุ่น Adios หรือจะ Nike Vaporfly 4 ที่กำลังโด่งดังในขณะนี้

ใครที่สนใจรองเท้า Racing shoes ก็สามารถเดินเข้าไปเลือกช้อปปิ้งได้ที่ Supersport ได้เลยนะครับ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่ารองเท้าตระกูลนี้ จะเหมาะกับนักวิ่งที่มีประสบการณ์ (มือเก๋าขาแรงทั้งหลาย) และระดับ Elite พวกนักวิ่งปอดเหล็กวิ่งมาราธอน Sub4 นั้นละครับ ถ้ามือใหม่ใส่ไปวิ่งระวังจะปวดฝ่าเท้าเอานะครับ เพราะพื้นในส่วน midsole จะบางและผนังรองเท้าภายในไม่มีการบุผ้านุ่มให้ใส่สบายเท้า เขาเน้นน้ำหนักเบาจะตัดส่วนที่ไม่สำคัญออกไปหมด

สำหรับนักวิ่งธรรมดาทั่วไป วิ่งเพื่อสุขภาพ วิ่งเพื่อเปลี่ยนและค้นหาชีวิตใหม่ หรือกำลังพัฒนาฝีมือการวิ่ง เราก็มีหลักเกณฑ์ในการเลือกรองเท้าวิ่งมาราธอนมาฝากกัน

1. คุณภาพวัสดุและความทนทาน

รองเท้าวิ่งมาราธอนหรือสำหรับวิ่ง Long run ต้องทำด้วยวัสดุที่ดี สามารถตรวจสอบด้วยสายตาได้ว่าการตัดเย็บและวัสดุที่ใช้เกรดขนาดไหน ดูจากส่วน upper ของรองเท้าไล่ไปถึงส่วน Mid sole และ Outer sole จากนั้นลองดูภายในรองเท้า แผ่นรองเท้าและวัสดุหุ้มภายใน ทั้งนี้รองเท้าที่ต้องวิ่งไปกับเรากว่า 10 กิโลเมตร ต้องทนทานรับแรงบิดดึงอัดได้ดี

2. ไซด์และความฟิตเข้ากับฝ่าเท้า

เลือกไซด์ผิดชีวิตเปลี่ยน ถ้านักวิ่งเลือกไซด์ผิดใส่แล้วไม่ฟิตเข้ากับเท้า รับรองได้ว่าต้องมีอาการอยากขว้างรองเท้าทิ้ง แล้ววิ่งเท้าเปล่ายังดีกว่าอีก ขนาดไซด์และความฟิตมีผลต่อ Performance และที่สำคัญอาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บขึ้นได้

ถ้าเลือกรองเท้าที่หลวมไป จะมีช่องว่างให้เท้าเราขยับไปมาหน้าหลัง ทำให้เกิดเท้าพองได้ (Blister) และขาดความมั่นคงในการลงฝ่าเท้า (Instability) แต่ละครั้ง เหมือนเราจะหาจุดแลนด์ดิ้งเท้าไม่เจอ สูญเสียความรู้สึกที่เชื่อมต่อระหว่างเท้าและพื้นถนน ถ้าเลือกรองเท้าที่ฟิตเกินไป แน่นอนว่ามันจะรัดฝ่าเท้า ทำให้เกิดการปวดตามข้อและนิ้วเท้า ที่เห็นได้ชัดคือเล็บนิ้วเท้าจะม่วงช้ำ ระบบการไหลเวียนเลือดไหลไม่คล่องตัว ร้ายสุดจะส่งผลต่อกระดูกฝ่าเท้าด้วย รองเท้าวิ่งเองก็จะมีอายุสั้นลง

แนะนำว่าเลือกรองเท้าที่ให้ความรู้สึกฟิตเข้ากับเท้า ให้มีพื้นที่ส่วนหน้านิ้วเท้าเหลือไว้นิดหนึ่ง เพราะเวลาวิ่งนานๆ เท้าจะยืดขยายใหญ่ขึ้น

3. ระบบรับแรงกระแทกและความหนานุ่ม (Cushion) กับรองเท้าซัพพอร์ต (Support)

รองเท้าประเภทนี้จะมีส่วน midsole ที่ใหญ่ เพื่อทำหน้าที่รับน้ำหนักลดแรงกระแทก ให้ความรู้สึกนุ่มสบายเท้า แต่ที่ควรรู้ไว้เมื่อจะเลือกใช้รองเท้านี้ รองเท้าจะมีน้ำหนักมากกว่ารองเท้าวิ่งธรรมดา สำหรับวัยรุ่นวัยหนุ่มสาวที่ยังแข็งแรง อายุไม่มาก ไม่มีปัญหาเรื่องข้อเข่า ก็ควรเลือกรองเท้าแบบธรรมดา ไม่ต้องเน้น Cushion ก็ได้ ยิ่งรองเท้าหนักก็จะยิ่งทำความเร็วได้ยาก แม้จะรู้สึกว่าหนักกว่าไม่กี่สิบกรัม แต่ในเวลาที่วิ่งมาเหนื่อยๆ และเหนื่อยมากๆ อย่างการวิ่งมาราธอน แค่น้ำหนักไม่กี่กรัม กล้ามเนื้อนักวิ่งจะรับรู้ได้ถึงความหนัก ความหน่วงของวัตถุบนร่างกายเลยที่เดียว แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีได้พัฒนามาไกลมาก บางยี่ห้อ สามารถทำให้รองเท้าประเภท Cushion มีความบางมากขึ้นแทบจะเหมือนรองเท้าวิ่งธรรมดาเลยล่ะ

รองเท้าตระกูลรองรับแรงกระแทกดีๆ (cushion shoe) ก็มี Brooks Glycerin ตัวนี้จะหักหน่อยนะ ส่วนตัวเบาๆ ที่เรียกว่าเป็น Lightweight cushion shoe ก็มี Asics GEL-Nimbus 20 กับ Kayano 24 และ New Balance fresh Foam Zonte3

ในส่วนของรองเท้าประเภท Support จะทำมาเพื่อคนที่มีปัญหาการวิ่งแล้วลงเท้าเอียง เอียงบิดเข้า (Overpronation) หรือบิดออก (Underpronation) และคนที่มีเท้าแบน (Flat feet) แต่ส่วนมากเท้านักวิ่งที่มีปัญหาจะพบอยู่สองแบบคือ Overpronation กับ Flat feet

สำหรับคนที่มีปัญหาการลงเท้าแล้วบิดเข้าหรือบิดออกและเท้าแบน มีหนึ่งแบรนด์ที่แนะนำให้เลือกใช้นั้นคือ Brooks ซีรีย์ Ravenna, Transcend และ Asteria เวลาเลือกซื้อให้ถามพนักงานดูนะครับ รองเท้าของ Brooks จะมีตัวเลือกที่เยอะให้นักวิ่งเท้ามีปัญหา นอกจากแบรนด์ Asics ก็มีให้เหมือนกัน แค่ราคาจะแพงกว่า Brooks

สุดท้ายนี้นักวิ่งควรมีรองเท้าซ้อมวิ่งมากกว่า 1 คู่ขึ้นไป เหตุเพราะรองเท้าแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น แต่ละแบบจะมีผลกระทบต่อการฝึกซ้อมของนักวิ่ง มีผลต่อกล้ามเนื้อและกระดูกฝ่ายเท้าต่างกันไป แม้แต่ยี่ห้อเดียวกันแต่คนละซีรีย์ยังมีผลต่อมัดกล้ามเนื้อชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างไม่รู้ตัว นอกจากนี้การสลับรองเท้าวิ่งไปมาจะใช้ให้เราเลี่ยงการใช้กล้ามเนื้อชุดเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา ปกติจะแนะนำให้เลือกซื้อรองเท้าสำหรับการวิ่ง Long run หนึ่งคู่และรองเท้าสำหรับการวิ่งระยะสั้น เอาไว้ทำความเร็ว ฝึกการทำสปีดสัก 1คู่

2
ผลไม้ไทย เป็นอีกสินค้าการเกษตรหนึ่งที่ต่างชาติอิจฉา เพราะที่บ้านเขา มีโอกาสไม่มากนักที่จะปลูกขึ้น แตกต่างจากประเทศไทยที่ปลูกอะไรก็ขึ้น ปลูกอะไรก็ดีไปหมด และผลไม้ที่เหมาะกับประเทศไทยอันเป็นเมืองร้อนมากที่สุด น่าจะเป็นแตงโมที่หวานฉ่ำ เย็นสดชื่นนี่ล่ะ แต่ลูกกลมๆ มันก็เกิดอะไรขึ้นได้เสมอ แตงโมก็หน้าตาเหมือนกันหมด ต้องเลือกยังไงให้ผ่าออกมาแล้วอร่อยล่ะ Gangbeauty นำวิธีจากเว็บไซต์ Brightside มาฝาก เอาไว้ไปเลือกซื้อที่ตลาดด้วยตัวเองกันนะ!

1. สังเกตจุดสีเหลือง

          แม้มันจะหน้าตาคล้ายกันไปหมด แต่เชื่อเถอะว่าถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นความแตกต่างของแต่ละลูกได้ ยกตัวอย่างแรกคือจุดสีเหลือง พยายามเลือกลูกที่มีจุดสีเหลืองจะดีกว่า อย่าไปหยิบลูกที่จุดเป็นสีขาว หรือไม่มีเลย เพราะจุดสีเหลือง เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าแตงโมลูกนั้นถูกทิ้งให้สุกบนดิน

2. ดูตำหนิ

          เวลาเลือกผลไม้ส่วนใหญ่ก็จะเลือกลูกสวยๆ เกลี้ยงๆ แต่ขอบอกเลยว่าใช้กับแตงโมไม่ได้แล้วล่ะอย่างนึง เพราะเจ้ารอยตำหนิทั้งหลาย ถ้ามันมาอยู่บนลูกแตงโมถือว่าเป็นข้อดีมาก เป็นข้อบ่งชี้เลยล่ะว่าผึ้งได้มาสัมผัสกับเกสรหลายครั้ง ลูกแบบนี้ ตำหนิประปรายแบบนี้ หวานแน่นอน

3. ลูกยาวหรือกลม

          แตงโมเป็นผลไม้ แต่เกษตรกรก็ได้ทำการแบ่งเพศให้กับมันด้วยเหมือนกัน หากเป็นแตงโมหนุ่ม รูปร่างจะเรียวยาว ชุ่มน้ำ ส่วนถ้าเป็นแตงโมสาว ลูกจะกลม โค้งมน รสชาติหวาน น้ำน้อยหน่อย เน้นไปทางหวานมากกว่า ชอบกินแบบไหนก็เลือกได้แล้วใช่มั้ยล่ะ

4. ดูขั้วแตงโม

          ถ้าขั้วแตงโมยังเป็นสีเขียว เขียวแบบไม่มีเหลืองปน นั่นแสดงให้เห็นว่าแตงโมลูกนั้นถูกเก็บมาก่อนเวลาอันควร ยังไม่ทันสุกดีก็ถูกเก็บมาแล้ว อาจจะไม่ค่อยหวานมากนักนะลูกแบบนี้ แนะนำให้เลือกขั้วที่ออกเหลืองแล้วจะดีกว่า จะได้เนื้อแตงโมที่สุกฉ่ำ หวานสดชื่นมากกว่า

หน้า: [1]